ติดต่อลงโฆษณา 091 885 3893

สัญญาณที่จะบอกว่าแบตเตอรี่รถยนต์ของคุณใกล้หมดแล้ว

สัญญาณที่จะบอกว่าแบตเตอรี่รถยนต์ของคุณใกล้หมดแล้ว

สัญญาณที่จะบอกว่าแบตเตอรี่รถยนต์ของคุณใกล้หมดแล้ว

เคยมั้ยเวลาที่คุณสตาร์ทเครื่องรถยนต์แต่เครื่องยนต์ไม่ติด น้ำมันก็มีแต่ทำไมสตาร์ทไม่ติด แล้วอะไรที่จะบอกว่าเราควรจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ได้แล้ว หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่มีประสบการณ์การเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์หรือซื้อ รถมือสอง ใช้งานมาไม่กี่เดือนแล้วสตาร์ทไม่ติด ไม่ต้องตกใจครับอาการที่จะบ่งบอกว่า แบตเตอรี่ของคุณใกล้หมดหรือควรจะเปลี่ยนได้แล้วนะ ลองสังเกตครับว่าตอนสตาร์ทเครื่องรถยนต์จะมีอาการหน่วงขึ้นถึงจะสตาร์ทติด และไฟส่องสว่างจะไม่สว่างเหมือนทุกครั้งจะหรี่ลงในระดับหนึ่ง หรือนับจะนวนเดือนที่ใช้งานแบตเตอรี่ไม่ว่าจะเป็นแบตน้ำ หรือ แบตแห้ง หลังจากซื้อมาใช้งานปีครึ่งเป็นต้นไปเราต้องคอยสังเกตแล้วล่ะว่ามีอาการผิดปกติหรือเปล่าแต่ส่วนมากใช้งานได้ถึง 2 ปีขึ้นไปหากมีการดูแลที่ดี

ประเภทของแบตเตอรี่ : แบตแห้ง คือแบตเตอรี่ที่เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงที่ใช้รถเพราะว่าเป็นแบตเตอรี่ที่ไม่ต้องการดูแลมากใช้งานอย่างเดียวไม่ต้องเติมน้ำกลั่นและมีฝาใสบอกสีว่าแบตเตอรี่ใกล้หมดอายุแล้วหรือยังซึ่งแต่ละรุ่นก็จะแตกต่างกันไปครับ ส่วนแบตน้ำ เป็นแบตที่ราคาไม่แพงครับแต่ต้องอาศัยการดูแลหน่อยต้องคอยเติมน้ำกลั่น แบตแบบนี้เหมาะกับผู้ชายมากกว่าครับดูแลเซอร์วิสได้ดีกว่าผู้หญิงครับ และก็มีหลายรุ่นที่คุณภาพดีมากด้วยครับ

แล้วถ้ารถคุณแบตเตอรี่หมดแล้วล่ะ สตาร์ทเครื่องรถยนต์ไม่ติดแล้ว : ไม่ต้องตกใจครับคุณอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจะรถคันอื่นด้วยวิธีการ จั้มแบตเตอรี่ เพื่อให้เราทำการสตาร์ทเครื่องรถยนต์ได้และขับไปยังร้านเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ได้ ข้อควรระวังการจั้มแบตเตอรี่สายไฟที่จั้มแบตเตอรี่ห้ามเสียบผิดขั้วนะครับอันตรายและส่งผลเสียกับรถยนต์ได้ครับ

วิธีการจั้มแบตเตอรี่รถยนต์ที่ถูกต้อง

1. คีบสายสีแดงที่ขั้วบวกของแบตเตอรี่รถยนต์ที่หมด

2. คีบสายสีแดงที่ขั้วบวกของแบตเตอรี่รถยนต์ที่มาช่วยเราครับ

3. คีบสายสีดำที่ขั้วลบของรถเรากับขั้วลบของแบตเตอรี่รถยนต์ที่มาช่วยเราครับ

4. สตาร์ทรถคันที่มาช่วยเหลือเราก่อนทิ้งไว้สักพักก็สตาร์ทรถของเราครับ

5. หลังจากรถสตาร์ทติดแล้วให้ดึงสายดำขั้วลบของรถเราก่อนครับแล้วดึงสายดำขั้วลบของรถที่มาช่วยเหลือออกครับ แล้วดึงสายสีแดงขั้วบวกของรถที่มาช่วยเหลือเราออกและสุดท้ายก็ดึงสายสีแดงที่ขั้วบวกของรถเราออกได้ครับ

หากไม่มีรถมาช่วยเหลือเราจริงๆ ให้เราใช้มือถือค้นหาข้อมูลร้านเปลี่ยนแบตเตอรี่ในระแวกใกล้เคียงดูครับส่วนใหญ่ร้านเหล่านี้มีบริการมาเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้ถึงที่เลยครับ แล้วอย่าลืมหมั่นสังเกตแบตเตอรี่ของรถยนต์ของท่านด้วยนะครับ