ติดต่อลงโฆษณา 091 885 3893

7 เทคนิคดูแลรักษารถยนต์มือสองให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

7 เทคนิคดูแลรักษารถยนต์มือสองให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

7 เทคนิคดูแลรักษารถยนต์มือสองให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

            เมื่อคุณตัดสินใจซื้อรถยนต์มือสองมาใช้งาน เพราะด้วยเรื่องราคารถมือสอง , การออกรถเดินเรื่องง่าย หรือเรื่องของความคุ้มค่าในงบประมาณ และไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม สิ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามคือการดูแลรักษารถยนต์มือสองของคุณ เพื่อให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ไม่ทำให้เกิดปัญหาจุกจิกกวนใจขึ้นในอนาคต และไม่ทำให้คุณต้องหัวเสียไปกับค่าซ่อมแสนแพง รวมไปถึงระยะเวลาในการซ่อมที่ค่อนข้างนาน จึงอาจจะทำให้คุณต้องเสียทั้งเวลาและเงินมากเกินไป ดังนั้นถ้าคุณซื้อรถยนต์มือสองมาใช้งานแล้วต้องการใช้อย่างคุ้มค่าราคารถมือสอง ลองมาดู 7 เทคนิคดูแลรักษารถยนต์มือสองให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอที่เรานำมาฝากกันทางนี้

 

1.ดูแลระบบเครื่องยนต์เสมอ

            สำหรับระบบเครื่องยนต์แล้วถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก คุณจึงควรดูแลในส่วนนี้ให้ดีเพราะเครื่องยนต์เป็นตัวนำพาให้รถขับเคลื่อนและใช้งานได้อย่างไร้กังวล ดังนั้นให้คุณเริ่มตรวจสอบตั้งแต่สายพานชุดเพลา ราวลิ้นของเครื่องยนต์ สายพานไทม์มิ่ง โดยให้ดูอายุของการใช้งานถ้ารถวิ่งมาแล้ว 800-1,000 กิโลเมตร สายพานไทม์มิ่งอาจเสื่อมสภาพและขาดได้จึงต้องเปลี่ยนใหม่ สายพานหน้าเครื่อง, ตัวปั๊มน้ำ, Power , ไดชาร์จ และแอร์ ควรตรวจสอบดูว่ามีรอยร้าวหรือมีความแห้งมากเกินไปหรือไม่ รวมไปถึงตรวจสอบระยะตึงของสายพานเพื่อปรับให้เกิดความเหมาะสมมากที่สุด นอกจากนี้ต้องสังเกตเรื่องจุดที่มีปัญหาการรั่วซึมต่างๆ ของน้ำมันเครื่องและของเหลวต่างๆ ภายในเครื่องยนต์ ถ้าพบว่ามีจุดหยดน้ำที่พื้นบริเวณที่จอดรถอยู่หรือมีคราบต่างๆ เกาะเครื่องยนต์ ควรเข้าอู่เพื่อตรวจสอบทันที นอกจากนี้ให้คุณดูที่ไส้กรองอากาศและไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อดูว่ามีคราบสกปรกหรือเกิดการอุดตันหรือไม่ พร้อมกับการจดบันทึกต่างๆ เพื่อให้คุณได้รู้ถึงการใช้งานและอายุของการใช้งาน ถ้ามีอายุมากเกินไปควรเปลี่ยนใหม่ เพื่อทำให้การใช้งานมีความมั่นใจและสมกับราคารถมือสองที่ซื้อมามากที่สุด

 

2.เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเสมอ

            น้ำมันเครื่องถือว่าเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่พลาดไม่ได้ คุณควรตรวจสอบดูว่าน้ำมันมีสีขุ่นคล้ำหรือลดปริมาณลงหรือไม่ ถ้าใช่คุณควรรีบเปลี่ยนใหม่ทันที นอกจากนี้ของเหลวทุกชนิดที่อยู่ภายในรถยนต์ เช่น น้ำมันเฟืองท้าย, น้ำมันเบรก, น้ำมันเกียร์, น้ำมันคลัทช์, น้ำหล่อเย็น, น้ำหม้อน้ำ และอีกหลากหลายของเหลวที่อยู่ภายในเครื่องยนต์ ควรทำการตรวจสอบเสมอ ไม่ควรปล่อยให้แห้งหรือมีสีขุ่นมากเกินไป เพื่อทำให้การใช้งานเครื่องยนต์และส่วนต่างๆ ภายในรถเป็นไปอย่างราบรื่น มีคุณภาพ และไม่ทำให้เครื่องยนต์เสียหายง่ายหรือเร็วจนเกินไป

 

3.ตรวจสอบยางรถยนต์

            ยางรถยนต์เป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การเดินทางมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณซื้อรถมือสองที่มีราคารถมือสองถูกใจไปแล้ว เรื่องต่อไปที่คุณไม่ควรพลาดคือการตรวจสอบสภาพยางรถยนต์ที่ดี ถ้าเป็นไปได้คุณควรเปลี่ยนยางใหม่  เพื่อทำให้การใช้งานเกิดความมั่นใจ ยิ่งถ้าเต็นท์รถมือสองให้คุณออกรถมาไม่มีการเปลี่ยนยางให้ใหม่ด้วยแล้ว คุณยิ่งควรนำเข้าตรวจเช็คกับทางอู่ซ่อมหรือศูนย์บริการ เพื่อดูว่ายางรถยนต์เสื่อมสภาพหรือไม่ เพราะถ้ายางเกิดเสื่อมสภาพมากเกินไปอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุที่ถึงแก่ชีวิตได้ง่ายและถ้าคุณมีงบประมาณเพียงพอควรเปลี่ยนยางใหม่ทั้งหมด 4 เส้น เพื่อทำให้เกิดการเดินทางที่มีความนุ่มนวล มั่นใจ และปลอดภัยต่อการขับขี่บนท้องถนน ที่สำคัญคือควรจดระยะเวลาของการเปลี่ยนยางรถให้ดี เพื่อที่คุณจะได้รู้ว่าเมื่อไหร่ที่คุณจะต้องเปลี่ยนยางในครั้งต่อไป

 

4.ตรวจสอบระบบไฟฟ้า

            ถ้าคุณขับรถแบบ Automatic ที่ใช้งานระบบไฟฟ้าภายในรถทั้งคัน เรื่องสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้ามและควรตรวจสอบให้ดีคือระบบไฟฟ้าภายในรถทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นระบบสายไฟตรง ระบบสายไฟต่อเติม เช่น ไฟหน้ารถ, เครื่องเสียง และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาเรื่องไฟฟ้าภายในลัดวงจรและอาจก่อให้เกิดไฟ ลุกไหม้ภายในรถยนต์ได้ ส่วนที่คุณควรตรวจสอบมากที่สุดคือกล่องฟิวส์หลักและกล่องฟิวส์สำรอง, ไดชาร์จ, ไดสตาร์ท และส่วนของการจ่ายไฟทุกระบบ เพื่อทำให้คุณใช้งานได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น

5.ตรวจสอบแบตเตอรี่

            การตรวจสอบแบตเตอรี่รถยนต์ต้องดูว่าระดับของน้ำกลั่นแบตเตอรี่นั้นอยู่ในระดับที่ได้มาตรฐานหรือไม่ ตรวจดูตั้งแต่วันที่ เดือน และปี ถ้าหมดอายุแล้วควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ทันที สำหรับผู้ที่ใช้งานแบตเตอรี่แบบเติมน้ำกลั่นจะมีอายุใช้งานเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น ถ้าไม่มั่นใจหรือดูไม่เป็น คุณควรนำรถเข้าอู่ซ่อมรถหรือศูนย์บริการที่คุณไว้ใจ เพื่อจะได้ตรวจสอบดูว่าแบตเตอรี่ที่ติดมากับรถยนต์มือสองนั้น อายุการใช้งานยาวนานมากแค่ไหนและจะให้ความปลอดภัยต่อการใช้งานในอนาคตหรือไม่

 

6.ตรวจสอบช่วงล่าง

            ช่วงล่างเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่คุณควรตรวจสอบ ถ้าคุณต้องการได้รถยนต์มือสองที่มีราคารถมือสองแบบสุดคุ้ม ช่วงล่างจะต้องยังคงทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพ ไม่ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการเลี้ยวโค้งหรือแม้แต่การรั่วซึมใดๆ เพราะระบบช่วงล่างถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมรถและทำให้การเดินทางมีความปลอดภัยมากขึ้น ดังนั้นในส่วนนี้จึงควรมองข้ามและควรตรวจสอบอยู่เสมอ

 

7.ตรวจสอบระบบเบรก

            เบรกคือระบบความปลอดภัยในการหยุดรถ จึงเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่คุณจะต้องตรวจสอบด้วยเช่นกัน โดยต้องดูว่าน้ำมันเบรกและส่วนต่างๆ ของเบรกยังคงทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบหรือไม่ นอกจากนี้ต้องตรวจสอบลูกยางและผ้าเบรก ถ้าเสื่อมสภาพหรือหมดอายุลงต้องรีบเปลี่ยนทันที และการเหยียบเบรกในแต่ละครั้ง หนักหรือเบาแค่ไหนคุณต้องทดสอบรถด้วยตัวคุณเองทุกครั้ง เพื่อให้ชินต่อการใช้งานและสร้างความมั่นใจในการขับรถบนท้องถนนต่อไป

 

ถ้าต้องการรถยนต์ที่ซื้อมาแล้วคุ้มค่ากับราคารถมือสองพร้อมให้การใช้งานที่มีความปลอดภัย มั่นใจ และไม่ต้องนำรถเข้าศูนย์ซ่อมบ่อยครั้งเกินไป คุณควรดูแลรถตามทั้ง 7 เทคนิคนี้ เพื่อทำให้รถยนต์มือสองของคุณอยู่คู่กับครอบครัวคุณและให้การใช้งานที่เป็นประโยชน์ต่อไปได้อย่างยาวนาน